แชร์ให้เพื่อน :

ถนนแอสฟัลท์ (Asphaltic) คืออะไร?

ถนนแอสฟัล(Asphaltic) หรือ แอสฟัลติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) คืออะไร

หากพูดถึง “ถนนแอสฟัลต์” หลายคนคงสงสัยว่าคืออะไร แต่ถ้าพูดถึง “ถนนลาดยาง” หลายคนจะ อ๋อ! ทันที!

ถนนลาดยาง (ยางมะตอย) หรือเรียกอีกชื่อว่า “ถนนลาดยางไพรมโคท (Prime Coat)” หรือฝรั่งเรียกยางมะตอยว่าแอสฟัลท์ คือถนนที่ทำจากยางมะตอย หรือการลาดยางลงบนผิวถนน ทำการบดอัดให้แน่น และยางมะตอยจับตัวกันและแข็งตัว เป็นผิวถนน มักจะใช้เป็นถนนที่ระยะทางยาว เช่น ถนนหลักหรือถนนวิ่งระหว่างภูมิภาค หรือจังหวัด เป็นถนนที่สามารถรับน้ำหนักรถบบรทุกและรถขนส่งต่างๆ ได้

ถนนแอสฟัลต์ หรือที่เรามักเรียกกันติดปากว่า “ถนนยางมะตอย” เป็นถนนที่มีผิวจราจรทำมาจากวัสดุผสมระหว่างหินและยางมะตอย ซึ่งเป็นสารเหนียวที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ ถนนประเภทนี้เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก


“ยางมะตอย ในภาษาอังกฤษเรียกว่า แอสฟัลต์ (Asphalt)”
“ยางแอสฟัลด์ประกอบด้วยส่วนผสมของหินย่อยกับยางแอสฟัลท์ ซึ่งเป็นยางที่ได้กระบวนการผลิตน้ำมัน”


ข้อดีของถนนแอสฟัลท์ Asphaltic (ถนนลาดยาง)

– แข็งแรง ถนนลาดยาง Asphalt มีความแข็งแรง เหมาะกับการใช้งาน แต่ก็ต้องสร้างให้ได้ตามมาตรฐาน
– อายุการใช้งานยาวนาน ด้วยความแข็ง และหากใช้ถนน โดยไม่วิ่งรถบรทุกเกินน้ำหนักหรือ น้ำกัดเซาะ ถนนลาดยางจะมีอายุการใช้งานยาวนาน
– ก่อสร้างง่ายและรวดเร็ว: กระบวนการก่อสร้างถนนแอสฟัลต์ค่อนข้างง่ายและใช้เวลาน้อยเมื่อเทียบกับถนนคอนกรีต ทำให้สามารถสร้างและซ่อมแซมได้รวดเร็ว
– ผิวถนนเรียบเนียน: ผิวถนนแอสฟัลต์มีความเรียบเนียน ทำให้การขับขี่มีความนุ่มนวลและปลอดภัย
– ลดเสียงรบกวน: ช่วยลดเสียงรบกวนจากการขับขี่ ทำให้สภาพแวดล้อมโดยรอบเงียบสงบ
– ยืดหยุ่นสูง: สามารถรับน้ำหนักและแรงกระแทกได้ดี ทำให้ถนนมีความทนทานต่อการใช้งาน
– กันน้ำได้ดี: ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำซึมลงไปในชั้นดินด้านล่าง ทำให้ถนนไม่เกิดการชำรุดเสียหายง่าย
– ค่าก่อสร้างไม่สูงมาก: เมื่อเทียบกับถนนคอนกรีตแล้ว ถนนแอสฟัลต์มีค่าก่อสร้างที่ต่ำกว่า

ถนนแอสฟัลต์เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในการก่อสร้างถนน เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ เช่น ก่อสร้างง่าย รวดเร็ว และมีผิวถนนที่เรียบเนียน

 

ข้อเสียของถนนแอสฟัลท์ Asphaltic (ถนนลาดยาง)

– อายุการใช้งานสั้นกว่าถนนคอนกรีต: ถนนแอสฟัลต์มีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าถนนคอนกรีต เนื่องจากผิวถนนอาจเกิดรอยแตกร้าว หรือเป็นหลุมบ่อได้ง่ายเมื่อถูกความร้อนหรือน้ำหนักกดทับ
– ไม่ทนต่ออุณหภูมิสูงและต่ำ: อุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจทำให้ยางมะตอยอ่อนตัวและเสียรูปได้ ในขณะที่อุณหภูมิที่ต่ำเกินไปอาจทำให้ยางมะตอยแข็งตัวและแตกได้
– ไม่ทนต่อสารเคมี: สารเคมีบางชนิด เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง อาจทำให้อายุการใช้งานของถนนแอสฟัลต์สั้นลง
– ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นและรถบรรทุกหนัก: เนื่องจากอาจทำให้ถนนเกิดการทรุดตัวหรือเสียรูปได้ง่าย


ขั้นตอนการทำถนนลาดยางแอสฟัลท์

การทำถนนลาดยางแอสฟัลท์ หากพื้นถนนเดิมเป็นดิน หรือทางลูกรัง

1. การเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง
ทำการสำรวจพื้นที่ก่อสร้างเพื่อกำหนดระดับความสูงต่ำของพื้นที่ ตรวจเช็คสภาพแวดล้อม เช็คแนวระดับถนน และวางแผนการระบายน้ำ

 

2. การเตรียมผิวทาง ทำความสะอาดผิวทาง: กำจัดสิ่งสกปรก ตะกอน หรือวัตถุแปลกปลอมออกจากผิวทาง ด้วยรถเกรดพื้นที่ บดอัดพื้นดินด้วยรถบดอัดจนดินแน่น พร้อมสำหรับการลงยางแอสฟัลท์

พรมน้ำยาประสาน: พรมน้ำยาประสาน (Prime Coat) บนผิวทาง เพื่อช่วยให้ชั้นยางแอสฟัลต์ยึดเกาะกับฐานรากได้ดีขึ้น

 

3. การผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ขั้นตอนการผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การเลือกวัสดุ : เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ เช่น หิน หินกรวด และยางมะตอย ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของแอสฟัลต์คอนกรีต
ขั้นตอนการผสมแอสฟัลต์คอนกรีต : นำวัสดุต่างๆ มาผสมกันในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้แอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพ โดยปกติแพลนต์ผสมแอสฟัลต์ ไม่ควรอยู่ห่างจากสถานที่ก่อสร้าง เกิน 80 กิโลเมตร

 

4. ขั้นตอนการปูแอสฟัลต์คอนกรีต ขั้นตอนการลาดยางมะตอย
ปูชั้นแรก: ปูแอสฟัลต์คอนกรีตชั้นแรกให้มีความหนาตามแบบที่ออกแบบไว้ และใช้เครื่องบดอัดเพื่อให้แอสฟัลต์มีความแน่น
ปูชั้นที่สอง (ถ้ามี): สำหรับถนนที่มีการจราจรหนาแน่น อาจต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีตเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของผิวทาง

– สำหรับพื้นที่ที่ไม่ได้รับน้ำหนักมาก หรือบริเวณที่รถ 4-6 ล้อ วิ่ง สามารถปูความหนาได้ที่ 0.05 m.
– สำหรับพื้นที่ที่รับน้ำหนักเยอะ หรือบริวณที่รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่ง เช่นบริวณโกดัง คลังสินค้า ควรปูความหนาตั้งต้นที่ 0.06 m. ขึ้นไป
– หากต้องการปูความหนามากกว่า 0.07-0.1m. ขึ้นไป ควรแบ่งปู 2 ชั้น และบดอัดทั้ง 2 ชั้นเข้าด้วยกัน

5. การทำผิวหน้าถนน
ขั้นตอนการบดอัด: ใช้รถบดอัดเพื่อบดอัดผิวทางให้มีความแน่นและเรียบเสมอกัน
ขั้นตอนทำผิวขรุขระ: ทำผิวหน้าถนนให้มีความขรุขระเล็กน้อย เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานและป้องกันการลื่น โดยใช้เครื่องจักร

6. การติดตั้งอื่นๆ เช่น ป้ายจราจร หรือท่อระบายน้ำ
ติดตั้งท่อระบายน้ำ: ติดตั้งท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำขังบนผิวถนน
การตีเส้นจราจร : การตีเส้นจราจรและสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามกฏจราจร และแบ่งเส้นถนน
ติดตั้งป้ายจราจร : ติดตั้งป้ายจราจรและสัญญาณไฟจราจร เพื่อให้การจราจรเป็นไปอย่างปลอดภัย

ขั้นตอนการเตรียมพื้นถนนเพื่อทำถนนลาดยาง

 

ขั้นตอนการทำถนนลาดยาง

 


ข้อควรคำนึง ในการก่อสร้างถนนแอสฟัลต์

สภาพอากาศ: ควรเลือกทำการก่อสร้างในสภาพอากาศที่เหมาะสม ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป และควรทำถนนแอสฟัลต์ในช่วง หน้าแล้ง เพื่อป้องกันฝนตก
วัสดุ: เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพมาตรฐาน
เครื่องจักร: ใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งรถบดอัด รถเคลียร์พื้นที่ และเครื่องจักรในการผสมยางแอสฟัลต์
บุคลากร: ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้และความชำนาญในการทำถนนแอสฟัลต์


 

พื้นถนนหรือพื้นเดิมเป็นซีเมนต์หรือคอนกรีต สำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก
ขั้นตอนนี้เป็นการปูยางแอสฟัลท์ ลงบนพื้นผิวซีเมนต์หรือผิวคอนกรีต

1.การเตรียมพื้นผิวเพื่อปูยางแอสฟัลท์ ทำความสะอาดพื้นผิวของถนนหรือบริเวณที่ต้องการปูยางแอสฟัลท์ เคลียร์สิ่งของต่างๆ ออกให้หมด

2.ปูยางแอสฟัลท์คอนกรีตตามความหนาที่กำหนด หรือตามสเป็กงาน ขั้นตอนนี้ใช้ทั้งแรงงานคนและเครื่องจักร

– สำหรับพื้นที่ที่ไม่ได้รับน้ำหนักมาก หรือบริเวณที่รถ 4-6 ล้อ วิ่ง สามารถปูความหนาได้ที่ 0.05 m.
– สำหรับพื้นที่ที่รับน้ำหนักเยอะ หรือบริวณที่รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่ง เช่นบริวณโกดัง คลังสินค้า ควรปูความหนาตั้งต้นที่ 0.06 m. ขึ้นไป
– หากต้องการปูความหนามากกว่า 0.07-0.1m. ขึ้นไป ควรแบ่งปู 2 ชั้น และบดอัดทั้ง 2 ชั้นเข้าด้วยกัน

3.บดอัดยางแอสฟัลท์คอนกรีตด้วยรถบดอัด
– สำหรับพื้นที่ ที่ไม่ได้รับน้ำหนักเยอะ สำหรับทางรถ 4-6 ล้อ รถบดอัดไม่ควรต่ำกว่า 4 ตัน
– สำหรับพื้นที่ ที่รับน้ำหนักค่อนข้างเยอะ (รับน้ำหนักมากกว่า 30 ตัน) รถบรรทุกหรือรถสิบล้อ ควรบดอัดด้วยรถที่มีนำหนักมากกว่า 7 ตัน และควรใช้รถบดล้อยางร่วมด้วย

4.การตีเส้นจราจร เพื่อแบ่งเขตจราจรและเป็นไปตามกฏจราจร และแบ่งเขตถนนและการใช้งาน

 


การผสมยางแอสฟัลท์คอนกรีต
การผสมยางแอสฟัลท์คอนกรีต มีหลายวิธี แต่ในประเทศไทยมี 2 วิธีที่ใช้กัน

1. แบบผสมยางแอสฟัลท์เสร็จจากโรงงาน (Plant mix)
2. แบบผสมยางแอสฟัลท์ในสนาม (Field mix) หรือสถานที่ก่อสร้างถนน

การผสมยางแอสฟัลท์ เสร็จจากแพลนท์

การผสมยางแอสฟัลท์ วิธีทำคือ
1.ให้ความร้อนแก่หิน และยางจนได้อุณหภูมิที่ต้องการแล้วจึงผสมคลุกเคล้ากันในเครื่องในอัตราส่วนที่ถูกต้องตามที่ออกแบบไว้ และผสมจนได้ที่
2.นำส่วนผสมยางแอสฟัลท์ ที่ได้ที่และพร้อมใช้งานแล้สเทใส่รถบรรทุกแล้วนำ ไปยังสถานที่ก่อสร้างเทลงในเครื่องปูคอนกรีตแอสฟัลต์ (Asphalt concrete paving machine or paver)
3. ปูตามความหนาที่ต้องการแล้วบดอัดด้วยรถบดล้อเหล็ก หรือล้อยาง ตามลำดับ

แอสฟัลต์คอนกรีตแอสฟัลท์ที่ผสมโดยวิธีนี้ถือว่ามีคุณภาพดีที่สุดแต่มีราคาค่อนข้างแพง เพราะต้องใช้เครื่องจักร และเครื่องมือหลายชนิด

 

การผสมยางแอสฟัลท์ในสนาม

การผสมยางแอสฟัลท์ในสนาม ทำได้โดยลาดแอสฟัลท์บนพื้นผิวที่ได้เตรียมไว้ แล้วเกลี้ยววัสดุต่างๆ เช่น หินย่อย หรือกรวดย่อยปิดทับแล้วทำ การบดทับให้เรียบ เรียกว่า “Surface Treatment”

ผิวทางประเภทนี้อาจทำเพียงชั้นเดียว (Single Bituminous Surface Treatment‚ SBST ) หรือ สองชั้น (Double Bituminous Surface Treatment‚ DBST ) หรือหลายชั้น (Multi Bituminous Surface Treatment‚ MBST )

ผิวทางแบบนี้คุณภาพไม่ดีเท่าแบบผสมเสร็จ แต่ทำได้รวดเร็ว และมีราคาถูกกว่า และจบงานได้ไวกว่า อาจจะเหมาะกับการซ่อมพื้นถนน หรือทำถนนที่ไม่ยาวมากนัก


ถนนลาดยาง Asphalt

 

 

แชร์ให้เพื่อน :